จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

บริการหนังสือสำรอง

บริการหนังสือสำรอง
         บริการหนังสือสำรอง    เป็นบริการเสริมของบริการยืมคืน  เน้นบริการครูผู้สอน  และเปิดโอกาสสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบรรณารักษ์กับผู้สอน
ปรัชญา
- ส่งเสริมการเรียนการสอน
- มีสารสนเทศสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการ
หนังสือสำรอง

  • ทรัพยากรสารสนเทศที่จำกัดระยะเวลาในการยืม  เช่น ยืมได้ 2 ชั่งโมงต่อคน  เมื่อหมดเวลาก็นำมาคืน  เพื่อให้ผู้อื่นได้ใช้ต่อไป
  • จัดให้บริการ  โดยมีบรรณารักษ์ให้บริการที่เคาเตอร์ยืมคืน
  • ส่วนใหญ่จะให้บริการภายในห้องสมุดเท่านั้น  ไม่สามารถยืมออกมานอกห้องสมุดได้
  • หากมีการอนุญาตให้ยืมนอกมานอกห้องสมุด  จะมีขั้นตอนการยืมปกติ  แต่ระยะเวลาในการยืมอาจจะแตกต่างออกไป  เช่นยืมได้ 3 วัน จากหนังสือปกติที่ยืมได้ 7 วัน
  • มีการจำกัดจำนวนเอกสารที่ให้ยืม
ทรัพยากรสารสนเทศที่สามารถให้ยืมได้

  • ทรัพยากรสารสนเทศในห้องสมุด
  • ทรัพยากรสารสนเทศส่วนบุคคล  เช่น ของบรรณารักษ์เอง  หรือ ของผู้สอน
  • ซีดี
  • บทความในวารสาร
  • ตัวอย่างแบบทดสอบ, ข้อสอบ, ความเรียง
         อาจจะเป็นฉบับอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้  ห้องสมุดสามารถทำเป็น ภาพดิจิทัล,คอลเลกชั่นพิเศษ, รูปภาพจากวารสาร หรือเพาเวอร์พอยท์ได้  แต่ก็ต้องมีการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลไม่ให้ถูกคัดลอก  ซึ่งในการจัดทำนี้จะใช้เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอนเท่านั้น
ความสำคัญของบริการหนังสือสำรอง

  • บทบาทของการส่งเสริมการเรียนการสอน  ให้นักศึกษาได้ใช้ในการเรียนทำให้ได้รับความรู้เพิ่มมากขึ้น
  • นักศึกษาสามารถเข้าถึงได้เท่าเทียมกัน  เพราะมีการกำหนดเวลาในการใช้ของแต่ละคนไว้อย่างแน่นอน
  • สร้างความสัมพันธ์ระหว่างบรรณารักษ์กับผู้สอน  ให้มีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น
  • แสดงถึงคุณภาพของการบริการ  เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ห้องสมุด
  • นิยมให้บริการในห้องสมุดในระดับอุดมศึกษา  เพราะจะมีนักศึกษาและนักวิจัยมาใช้บริการเยอะ
  • อาจมีบริการในห้องสมุดโรงเรียน
  • มีการปรับเปลี่ยนในแต่ละเทอม  เพื่อให้เหมาะสมกับผู้ใช้ในแต่ละเทอมที่มีการลงทะเบียนเรียน
ขั้นตอนการดำเนินการ
งานที่ปฏิบัติ
1. รับใบขอใช้บริการ
2. รับเอกสาร หรือ คัดทรัพยากรสารสนเทศ, จัดให้มีบริการยืม และตกลงระยะเวลาในการยืม
3. จัดทำสำเนา หรือ สแกน  ในข้อนี้บรรณารักษ์ต้องทราบเกี่ยวกับกฎหมายลิขสิทธิ์  ถ้าเอาสารสนเทศมาจากฐานข้อมูลจะทำให้ไม่ได้เพราะผิดกฎหมายลิขสิทธิ์อย่างแน่นอน
4. เข้าเล่ม  เพื่อให้แข็งแรงคงทน  ง่ายต่อการรักษา
5. จัดระเบียบเอกสาร เช่น จัดหมวดหมู่ ระบบที่ทำให้สามารถหยิบใช้ได้ง่าย  ซึ่งจะนิยมเรียงตามชื่อกระบวนวิชา, ผู้สอน, หรือกำหนดหมายเลข
การทำบัตรยืม

  • กำหนดระยะเวลา  ระเบียบในการให้ยืม
  • ให้บริการยืมคืน
  • จัดเก็บค่าปรับ
  • คืน  ย้ายเอกสารเก็บ
  • แก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้น
  • จัดเก็บสถิติ  เช่นมีการสำรวจประชากร  บุคลากร  เอกสาร  การบริการ  เครื่องให้บริการ
  • การดูแลรักษาเอกสาร
  • การรักษาความปลอดภัย
การขอใช้บริการ
ผู้ใช้สามารถเข้าไปในหน้าเว็บไซต์ของห้องสมุดที่ต้องการจะสมัครสมาชิก  แล้วทำตามที่ห้องสมุดได้กำหนดแจ้งไว้ในหน้านั้นได้
กรณีไม่มีในห้องสมุด
บรรณารักษ์ก็ต้องหามาให้บริการ  ซึ่งจะมีความเกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดหา
การจัดเก็บ
- จัดเก็บตามหมายเลขกระบวนวิชา  ชื่อผู้สอน  มีการเรียงอีกครั้งตามชื่อเรื่อง  ชื่อผู้แต่ง
- บทความ, แบบทดสอบ   การจัดเก็บจะอยู่ในรูปของการจัดเก็บในแฟ้ม  และทำการติดบาร์โค้ดไว้สำหรับการยืมออก
- เอกสารที่มีการสแกน  ให้มีการจัดเก็บไว้บน OPAC และแจ้งแหล่งการจัดเก็บให้ผู้ใช้ทราบ  หรือมีการจัดทำรายชื่อแจ้งแยกไว้ให้สามารถถ่ายโอนได้ทันที
การจัดการเอกสาร

  •  การจัดการเอกสาร  ต้องทำการประทับตรา  เช่น "ใช้ภายในห้องสมุดเท่านั้น"  "ใช้ภายในห้องนี้เท่านั้น"
  • จัดทำบัตรยืม  และจัดทำคำแนะนำให้ผู้ใช้ทราบ
  • ใช้สีแตกต่างกันในกรณีที่มีระยะเวลาในการให้ยืมที่ต่างกัน
  • ใส่ชื่อผู้สอนกระบวนวิชา  เพื่อง่ายต่อนักศึกษาและบรรณารักษ์ในการค้นหา
ระยะเวลาในการยืม

  • ยืมในห้องสมุด  ทั่วไปจะให้ยืมได้ 2 ชั่วโมงต่อคน  และจะไม่มีการให้ยืมต่อ
  • ยืมออกนอกห้องสมุดจะยืมได้ประมาณ  1-2 วัน หรือเฉพาะนอกเวลาทำการ  และนำมาคืนในเวลาที่กำหนด  และจะมีค่าปรับที่สูงในกรณีที่มีการส่งช้า  จะมีการคิดค่าปรับเป็นชั่วโมง
  • โดยทั่วๆไปแล้วระยะเวลาในการยืมต้องสั้นกว่าปกติ  เพื่อให้สามารถหมุนเวียนในกลุ่มผู้ใช้ได้อย่างทั่วถึง
  • มีการคิดค่าปรับในการส่งช้า  เช่น .50c ,$1-$3 (ในของต่างประเทศ)
การเข้าถึง

  • โปรแกรมห้องสมุดจะมีงานหนังสือสำรองให้  
  • รายการที่มีการสำรองจะมีแจ้งการค้นหาให้ใน OPAC
  • มีการทำรายการแจ้งแยกเพื่อให้สามารถค้นหาได้ในรูปของสิ่งพิมพ์
  • มีการแจ้งผู้สอนถึงการจัดเก็บ  วิธีการจัดเก็บ   เพื่อผู้สอนจะได้แจ้งให้นักศึกษาทราบ  และห้องสมุดจะมีการปรับเปลี่ยนหน้าเว็บไซต์อยู่เสมอ  การเปลี่ยนหน้าเว็บไซต์แต่ละครั้งบรรณารักษ์ต้องตรวจสอบทุกครั้งว่ายังคงมีการบริการอยู่อย่างเดิมหรือไม่  และตรวจสอบการสะกดคำว่าผิดหรือไม่
ระบบการจอง
การจองสารสนเทศสามารถทำได้บนหน้าเว็บไซต์ของแต่ละห้องสมุด  ที่มีการจัดทำบริการให้ยืม  หรือจองเอกสารได้
ความสัมพันธ์กับผู้สอน

  • บรรณารักษ์ต้องพยายามติดต่อสื่อสารกับผู้สอนอย่างสม่ำเสมอ
  • ผู้สอนมักจะลืมว่าได้มอบเอกสารให้ห้องสมุด  เพื่อให้นักศึกษาได้ใช้  บรรณารักษ์ต้องดำเนินการแจ้งให้ผู้สอนทราบ  ว่าจะมารับกลับ  หรือจะให้เก็บไว้เพื่อใช้ต่อ
การจัดเจ้าหน้าที่  และคุณสมบัติ

  • ปรับจำนวนผู้บริการตามจำนวนการเข้าใช้ของผู้ใช้  ซึ่งไม่สามารถกำหนดเป็นตัวเลขที่แน่นอนได้
  • มีทักษะการสื่อสาร  การประสานงาน  การต่อรอง  ยืดหยุ่น  เพราะจะได้พบปะกับผู้ใช้ทั้งผู้สอนและนักศึกษาอยู่เป็นประจำ
  • มีความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายลิขสิทธิ์
Reserve Card
- ใช้บัตรสีแตกต่างกัน  สำหรับระยะเวลาในการยืมที่ต่างกัน
- นำบัตรสอดไว้ในหนังสือที่ให้ยืมแก่ผู้ใช้
Confidentiality (ความลับ) And  Reserves

  • ไม่เปิดเผยชื่อผู้ยืม  เช่นเดียวกับการยืมในแบบปกติ
  • จะต้องไม่แจ้งชื่อผู้ยืมแก่ผู้สอน
  • ผู้สอนอาจใช้วิธีการลงชื่อขอยืมไว้
การจัดเก็บ  ขึ้นอยู่กับบรรณารักษ์ว่าจะจัดเก็บในรูปแบบไหน

  •  แบบชั้นปิด
  • บริเวณให้บริการยืมคืน  เพื่อให้สามารถเข้าค้นหาให้ผู้ใช้ได้สะดวก
  • ใกล้บริการยืมคืน
  • ห้องแยกเฉพาะ   (ในห้องสมุดใหญ่ๆมักจะมีห้องหนังสือสำรอง)
การจัดบริเวณบริการ

  • ควรอยู่ในบริเวณที่ใกล้กับเคาเตอร์จ่ายรับ
  • ต้องสามารถมองเห็นได้ง่าย
  • บริการแบบชั้นปิด
  • ควรมีเครื่องถ่ายเอกสารในบริเวณที่ใกล้เคียง
คู่มือการใช้  และการแนะนำ
         ห้องสมุดมีบริการอะไรต้องแจ้งให้ผู้ใช้ทราบ  ต้องมีการประชาสัมพันธ์อยู่เสมอ  ที่สำคัญต้องมีการแจ้ง Copy right ให้ผู้ใช้ทราบ  และต้องมีอยู่ตลอดเวลาของบริการยืมคืน  ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก
แนวโน้มการบริการในอนาคต

  • มีเอกสารดิจิทัลให้สามารถถ่ายโอน  และมีการแสดงรายการบนOPAC  หรือจัดทำรายการในฉบับพิมพ์
  • สามารถเข้าถึงได้ตลอดเวลาและทุกสถานที่
  • มีการป้องกันสิทธิ  โดยการมี password protected ใช้
  • คณาจารย์สามารถเสนอเอกสารบนเว็บเพจของตนเองได้

  

วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2554

บริการยืมระหว่างห้องสมุด/สถาบัน (Interlibrary lone - ILL )

บริการยืมระหว่างห้องสมุด/สถาบัน (Interlibrary lone - ILL )
         เป็นบริการที่จะต้องมีบรรณารักษ์จากฝ่ายยืม-คืน และฝ่ายอ้างอิง เข้าร่วมในการประชุม เพราะจะมีหน้าที่โดยตรงกับการบริการนี้  ฝ่ายบริหารจะต้องคำนึงถึงการให้บริการยืมระหว่างห้องสมุด  เป็นบริการหลัก (Basic Service) เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรสารสนเทศของห้องสมุดที่มีอยู่ให้กับผู้ใช้มากขึ้น  ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้ภายในองค์กร หรือภายนอกองค์กร
งาน ILL
1. ขอยืม ทำการขอยืมทรัพยากรสารสนเทศจากสถาบันอื่น
2. ให้ยืม  ให้สถาบันอื่นยืมทรัพยากรสารสนเทศของห้องสมุด/สถาบันเรา
ความคาดหวังของผู้ใช้
- ห้องสมุดให้บริการสารสนเทศแก่ผู้ใช้
- มีความสะดวกในการเข้าถึง  คือห้องสมุดจะต้องเป็นตัวกลางเชื่อมโยงสารสนเทศที่มีอยู่ในโลกนี้ให้ผู้ใช้ได้ใช้
- ได้มาซึ่งสารสนเทศที่ต้องการ  เหมาะสม ถ้าผู้ใช้อยากได้ทรัพยากรสารสนเทศแต่ในห้องสมุดนี้ไม่มี  บรรณารักษ์ต้องหามาให้บริการ
- มีความน่าเชื่อถือ  ทรัพยากรสารสนเทศที่ให้บริการต้องเชื่อถือได้
- ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าใช้
- สามารถสนองความต้องการของผู้ใช้  ผู้ใช้อยากได้สิ่งใดก็ต้องได้
ความหมาย
         บริการที่สถาบันร่วมมือกัน  ในการให้บริการขอใช้วัสดุห้องสมุดภายในสถาบัน หรือสถาบันบริการสารสนเทศแห่งอื่นๆโดยมีข้อตกลงร่วมกัน
         - ยืมระหว่างภายใน  เช่น ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่  สามารถยืมระหว่างห้องสมุดแต่ละคณะได้
         - ยืมข้ามหน่วยงาน  เช่น ห้องสมุดประชาชน  ขอยืมทรัพยากรสารสนเทศจากหอสมุดแห่งชาติ
         - ยืมระหว่างสถาบันที่อยู่ต่างประเทศ  เช่น จุฬาฯเข้าร่วมเครือข่ายยืมระหว่างห้องสมุดกับOCLC  จุฬาฯก็สามารถยืมทรัพยากรสารสนเทศจากต่างประเทศได้  และต่างประเทศก็สามารถยืมทรัพยากรสารสนเทศของจุฬาฯได้เช่นกัน
ปรัชญาของบริการ ILL 
- ไม่มีห้องสมุดใดที่สามารถหาทรัพยากรสารสนเทศที่ผู้ใช้ต้องการได้ทั้งหมด
- ความร่วมมือเป็นพื้นฐานของการจัดการ ILL
- ความต้องการของผู้ใช้เราต้องตอบสนองให้ได้มากที่สุด
ความสำคัญของ ILL
1. ขยายความสามารถในการเข้าถึง
         - ลดปัญหาการมีวัสดุสารสนเทศในห้องสมุดไม่เพียงพอ  ผู้ใช้ที่อยู่ห่างไกล  สถาบันขนาดเล็กที่ขาดงบประมาณสามารถใช้บริการยืมระหว่างห้องสมุดได้
         - ลดช่องว่างระหว่างสถาบัน  ความเท่าเทียมกันในการเข้าถึงสารสนเทศ
2. ลดข้อจำกัดด้านระยะทาง เช่น ผู้ใช้ที่อยู่ต่างจังหวัดสามารถยืมทรัพยากรสารสนเทศจากอีกห้องสมุดหนึ่งได้  โดยที่ไม่ต้องเดินทางมาด้วยตนเอง
3. มีการใช้ทรัพยากรสารสนเทศที่คุ้มค่า  คุ้มทุน  ซื้อมาแล้วผู้ใช้ห้องสมุดเราไม่ได้ใช้  แต่ห้องสมุดอื่นก็อาจจะมีผู้อยากใช้  อยากอ่าน
4. ช่วยประหยัดงบประมาณ  หลีกเลี่ยงการซื้อซ้ำซ้อน  โดยการกลายเป็นการยืมแทนการซื้อ
5. ช่วยให้เข้าถึงทรัพยากรสารสนเทศที่หายาก  ที่มีเฉพาะบางห้องสมุดเท่านั้น
6. สร้างความเข้มแข็งในการจัดการ  การบริการในกลุ่มห้องสมุด  เพิ่มความก้าวหน้า  ทำให้ช่วยเหลือกันระหว่างห้องสมุดทำให้สามารถช่วยผู้ใช้ได้
7. สร้างภาพพจน์ที่ดีในการให้บริการ
องค์ประกอบในการบริการยืมระหว่างห้องสมุด 
1. การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ  เช่น Pulinet , Thailist , Ohiolink
2. สร้างข้อตกลงร่วมกันระหว่างห้องสมุด
3. ต้องมีแบบฟอร์มในการยืม
4. ต้องเป็นสมาชิก  ถึงจะยืมระหว่างห้องสมุดได้
การดำเนินงาน
ต้องมีคณะกรรมการควบคุมการดำเนินงาน  ปรับปรุง  พัฒนา  มีคณะทำงานฝ่ายบริการสารนิเทศ
1. จัดทำคู่มือ
2. กำหนดมาตรฐานร่วมกัน
3. กำหนดรูปแบบรายการประสานงาน
ห้องสมุดที่ให้บริการจะเป็นผู้กำหนดนโยบายพิเศษ  และวิธีการยืมระหว่างห้องสมุดเอง

วันพุธที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ค่าปรับในการยืม-คืน

ค่าปรับ
- เพื่อกระจายการเข้าถึงทรัพยากรสารสนเทศให้ผู้อื่น
- เพื่อนกระตุ้นให้มีการส่งคืนตามเวลาที่ควรส่ง
- การมีความรับผิดชอบของแต่ละบุคคล
- การกำหนดค่าปรับจะแตกต่างกันตามแต่ละสถาบัน
- การยืมระยะสั้นค่าปรับจะสูงกว่าในการยืมระยะยาว
- ค่าปรับทรัพยากรสารสนเทศแต่ละประเภทจะแตกต่างกัน
- ควรส่งเอกสารแจ้งเตือนวันส่งให้ผู้ใช้ทราบ  ปัจจุบันจะมีการแจ้งทาง SMS,e-mail,จดหมายกระดาษ
การจัดการปัญหาในการปรับ

  • มีการยกเว้น
  • มีการผ่อนผัน  ยืดเวลาการส่ง  การปรับไม่ใช่ปรับให้ได้มากที่สุด  แต่ต้องการให้หนังสือหมุนเวียนคืนห้องสมุดให้มากที่สุด 
  • หากไม่ส่งคืน  ไม่จ่ายปรับ  สิทธิในการใช้ห้องสมุดจะถูกระงับ
  • ในบางห้องสมุด  อาจมีการใช้บริการติดตามจากบริษัทที่มีบริการติดตาม (ซึ่งน้อยมาก)
  • ห้องสมุดมหาวิทยาลัย  จะทำเรื่องขอระงับการ transcripts  หรือระงับการอนุมัติสำเร็จการศึกษา
  • หลังจาก grace period ควรกำหนดค่าปรับเป็นจำนวนที่กำหนดโดยไม่นับตามจำนวนค่าปรับจริง (เพราะหลักการไม่ใช่การหาเงิน  แต่เป็นเพียงการอยากได้หนังสือคืนห้องสมุด)
  • หากมีหนี้สินที่ยังไม่ได้ชำระเกินจำนวนเงินที่กำหนด  โดยห้องมุดจะไม่อนุญาตให้ยืมทรัพยากรสารสนเทศอื่นๆได้
  • มีการแจ้งเตือนเป็นระยะก่อนดำเนินการใดๆในการจำกัดสิทธิ
  • มีการติดประกาศแจ้งขอความร่วมมือ
การจ่ายค่าปรับ

  • จ่ายทีบริการยืมคืน
  • จ่ายผ่านระบบอัตโนมัติ
  • เปิดให้มีการผ่อนผัน  การต่อรองระหว่างผู้ยืมและเจ้าหน้าที่
  • สำหรับห้องสมุดมหาวิทยาลัย  ค่าปรับต้องนำส่งมหาวิทยาลัยเนื่องจากเป็นรายได้  แต่สามารถทำโครงการขอใช้งบประมาณจากเงินค่าปรับได้ 
ค่าสมาชิก  ค่าธรรมเนียม

  • ห้องสมุดต้องกำหนดค่าธรรมเนียมหนังสือเสียหายด้วย
  • นโยบายก็แล้วแต่ห้องสมุดว่าจะกำหนดให้เป็นแบบไหน
  • ต้องแจงรายละเอียดให้ผู้ใช้ทราบ  กรณีหนังสือหาย ผู้ใช้จะซื้อเอง  หรือจะให้ห้องสมุดเป็นคนซื้อ แต่ในส่วนนี้จะต้องเสียค่าธรรมเนียมให้กับห้องสมุด
จริยธรรม
ต้องป้องกันสิทธิผู้ใช้   เกื้อหนุนให้มีการหมุนเวียนทรัพยากรสารสนเทศในห้องสมุด
การจัดชั้น

  • ต้องตรวจสอบการเรียงชั้นอยู่ตลอดเวลา
  • จัดหนังสือให้อยู่ในชั้นที่ควรจะอยู่
  • ทุกเดือนต้องมีการอ่านชั้นหนังสือ  เพื่อไม่ให้มีหนังสือหลงไปอยู่ชั้นอื่น
  • บริการยืมคืน  ควรจัดชั้นหนังสือยอดนิยม  เพราะรู้ว่าคนยืมหนังสืออะไรมากที่สุด
การดูแลรักษา
- ต้องคอยดูแลหนังสือไม่ให้หลุด หรือขาดหาย
- บรรณารักษ์ต้องใส่ใจ  บอกให้ผู้ใช้ทราบถึงการดูแลรักษาหนังสือ
บัตรสมาชิก
1. บัตรพลาสติก
2. บัตรติดแถบแม่เหล็ก
3. บัตรติดรหัสแถบ
4. บัตรอัจฉริยะ
บริการจอง  บริการหนังสือสำรอง
บริการจอง  บริการหนังสือสำรอง ในห้องสมุดต้องมีให้บริการ  (บริการหนังสือสำรองจะมีระยะเวลาในการยืมสั้นกว่าปกติ)
IM บน OPAC
ในปัจจุบันห้องสมุดนิยมนำIM ไปไว้บนOPAC  เพราะสามารถทำให้ผู้ใช้คุยกับบรรณารักษ์ได้  ซึ่งโปรแกรมที่นิยมใช้ก็จะเป็น Meebo
สาเหตุที่ผู้ใช้ไม่พอใจ

  • ไม่สามารถหาสิ่งที่ต้องการได้
  • ไม่ได้รับการแจ้งเตือนกำหนดส่ง  แจ้งเตือนการส่งช้า
  • จำกัดครั้งการยืมต่อ
  • ระยะเวลาในการยืมสั้น
  • ค่าปรับในการยืมหนังสือ
  • เสียงรบกวน
  • ไม่พอใจบริการที่ได้รับจากบรรณารักษ์
  • อากาศร้อน หรือ เย็นเกินไป
  • เครื่องสำเนาเอกสาร  คอมพิวเตอร์  อุปกรณ์ต่างๆไม่ทำงาน

  

วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2554

บริการยืม-คืน

บริการยืม-คืน
เป้าหมายหลัก

  • เปิดโอกาสให้ผู้ใช้เข้าถึงสารสนเทศที่มีอยู่ในห้องสมุด
  • ผู้ใช้สามารถนำไปศึกษาค้นคว้านอกสถาบันได้
บทบาทหน้าที่
1. ควบคุมงานบริการยืม-คืน
         บริการยืมคืนต้องมีในห้องสมุด  สืบเนื่องจากภารกิจของห้องสมุด คือ ให้ผู้ใช้เข้าถึงสารสนเทศได้  เช่น ห้องสมุดประชาชน  ต้องเป็นแหล่งพัฒนาความรู้ให้แก่คนในชุมชน
2. ประชาสัมพันธ์ห้องสมุด
         จุดบริการแรกที่ผู้ใช้มองเห็นและเข้ามาติดต่อมากในห้องสมุด คือ บริการยืม-คืน  ความประทับใจจากความช่วยเหลือ  บริการยืม-คืนของห้องสมุดประชาชน  สำคัญในการพบปะผู้ใช้  การบริการจึงส่งผลกระทบต่อห้องสมุดเป็นอย่างมาก  เพราะคนจะมองภาพลักษณ์จากการให้บริการ
การจัดการ
1. Small library  ดูแล  จัดการ  กำหนดนโยบาย
2. Larger library  ต้องเริ่มจากงานง่ายๆก่อน  แล้วก็ขึ้นไปถึงระดับหัวหน้างาน
3. Very large library  ดูแลงานทุกอย่าง  ควบคุมทุกสิ่งในห้องห้องสมุด
ความรู้และทักษะที่ต้องการ
- มีใจรักในงานบริการ  มีความอดทนสูง
- มีความรู้เกี่ยวกับทรัพยากรที่มีไว้บริการ
- มีทักษะในการใช้คิมพิวเตอร์  ฐานข้อมูล  OPAC
- มีไหวพริบในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
- มีมนุษยสัมพันธ์ดี
คุณสมบัติ
- ต้องคิดพัฒนาระบบการบริการขององค์กรเราให้ดี  และดียิ่งๆขึ้นไป
- รู้ความต้องการของผู้ใช้
งานที่เกี่ยวข้อง

  • การยืม-คืน
  • ระบบยืมคืนอัตโนมัติ
  • การลงทะเบียนผู้ใช้ 
การยืมและการคืน
- ให้ยืมทรัพยากรสารสนเทศที่มีในห้องสมุด
- กำหนดกฎระเบียบการยืมต่างๆ
- บริการหนังสือสำรอง
- บริการจองหนังสือ
- ตรวจสอบหนังสือ  เมื่อผู้ใช้หาหนังสือไม่พบ
- ปรับสิ่งพิมพ์เกินกำหนด  กำหนดอัตราการปรับและออกใบรับเงิน  การปรับต้องมีการยืดหยุ่น Grace          period  ข้อดี ยืดหยุ่นได้ในกรณีพิเศษ  ข้อเสีย ยืดอายุการส่งโดยผู้ใช้
- บริการตอบคำถามชี้แนะสารนิเทศแก่ผู้ใช้ภายในห้องสมุด
- ยืมระหว่างห้องสมุด  การจักส่งเอกสาร
- บริการล็อคเกอร์รับฝากสิ่งของ
ระบบงานยืมคืนอัตโนมัติ
         ในปัจจุบันห้องสมุดมีการนำเอาระบบการยืมคืนอัตโนมัติเข้ามาใช้มาก  ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะมีการใช้กันมากในห้องสมุด  แต่บรรณารักษ์ก็ควรที่จะออกมาดูแล  ซักถามการใช้บริการยืมคืนด้วยตนเอง  ว่าเป็นอย่างไรบ้าง  อยากให้ช่วยเหลือ  หรืออยากให้มีบริการอะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่  บรรณารักษ์ต้องหมั่นออกมาพบปะผู้ใช้
เทคโนโลยีที่นำมาใช้ในปัจจุบัน
1. เทคโนโลยีรหัสแถบ(Barcode)
2. คิวอาร์โค็ด(QR code,2D bacode) จะเก็บข้อมูลได้มากกว่า Barcode
3. เทคโนโลยี RFID(Redio Frequency Identify)  นำไปใช้แทนระบบรหัสแถบ  ข้อดี ไม่ต้องจ่อเหมือนBarcode  ใช้กับประตูรักษาความปลอดภัยได้



 

วันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2554

บริการห้องสมุด

บริการพื้นฐาน
- บริการผู้อ่าน
         บรรณารักษ์ต้องจัดเตรียมห้องสมุดให้ผู้อ่านได้รับความสะดวก  พึงพอใจในการเข้ามาใช้บริการ  บรรณารักษ์ต้องหาวิธีที่จะให้มีผู้มาใช้บริการห้องสมุดให้มากๆ เช่น
- การจัดสร้างตัวอาคาร
        ในปัจจุบันห้องสมุดได้จัดสร้างตัวอาคารให้มีความทันสมัย  สวยงาม  ดึงดูดใจให้มีผู้มาใช้บริการ  ซึ่งจะมีรูปทรงที่แปลกๆและสวยงามหลายห้องสมุด  จนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่ศึกษาดูงาน
- การตกแต่งภายในอาคาร
         การตกแต่งภายในอาคารนั้นต้องให้มีความสวยงาม  ดึงดูดใจ  ครบครันด้วยความทันสมัยและเทคโนโลยี  ให้มีทั้งห้องอ่านส่วนตัว ห้องเรียนค้นคว้ากลุ่ม  และห้องอ่านรวม  หรือแม้กระทั่งการตกแต่งชั้นวางหนังสือให้สวยสะดุดตาด้วยรูปทรงที่แปลกใหม่หรือมีสีสันที่สวยงาม
- แสง
         แสงก็จำเป็นต่อห้องสมุดอย่างมาก  ห้องสมุดควรสร้างให้มีกระจกเยอะๆ  เพราะจะได้ช่วยเรื่องแสง  ใช้แสงธรรมชาติในการช่วยให้ห้องสมุดประหยัดพลังงานไฟฟ้า  และโต๊ะอ่านหนังสือแต่ละโต๊ะก็ควรจะมีโคมไฟติดตั้งไว้ด้วย
- ป้ายสัญลักษณ์
         ห้องสมุดต้องทำป้ายแจ้งการเดินทางว่ามีอะไรอยู่ในส่วนไหนของห้องสมุดบ้าง  เพื่อให้ผู้ใช้จะได้ไม่หลงทาง  การติดป้ายกฎต่างๆ  บทบาทหน้าที่ของห้องสมุด  เพื่อให้ผู้ใช้ได้ทราบ  แม้กระทั่งป้ายโฆษณาการอ่าน
- เฟอร์นิเจอร์
         เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ในห้องสมุดต้องเด่นและทันสมัย  เช่น เก้าอี้ก็มีในหลายๆรูปแบบ  มีรูปทรงที่แตกต่างกันไป  ชั้นวางหนังสืออาจจะเป็นแก้ว หรือกระจกก็ได้
- มีอุปกรณ์ที่ครบครัน
         ห้องสมุดต้องมีอุปกรณ์ไว้คอยบริการผู้ใช้อย่างครบครัน เช่น มีเครื่องสแกนหนังสือ  มีที่เข้าเล่มไว้ให้บริการ  เพื่อทีทผู้ใช้อยากที่จะนำข้อมูลในหนังสืิอไปใช้ในที่อื่นบ้าง  ภายในห้องเรียนกลุ่ม  ก็ต้องมีอุปกรณ์ทั้งไวท์บอร์ด  ปากกาที่ใช้เขียน  แปลงลบไวท์บอร์ดให้ครบ  และมีทั้งโปรเจคเตอร์ไว้ฉายภาพให้ดูได้